อากรแสตมป์ (Stamp Duty)
อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คือ ภาษีประเภทหนึ่งที่ภาครัฐจัดเก็บจากการทำตราสารหรือเอกสารสัญญาทางกฎหมายต่างๆ การชำระและติดอากรแสตมป์จะช่วยเป็นตรารับรองให้เอกสารฉบับนั้น มีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และสามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ หากไม่ติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง เอกสารอาจถูกปฏิเสธในชั้นศาลและอาจถูกเรียกเก็บค่าปรับย้อนหลังได้
ข้อมูลสำคัญที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอากรแสตมป์ มีดังนี้:
1. อัตราอากรแสตมป์สำหรับตราสารที่พบบ่อย
สัญญาเช่าทรัพย์สิน และ สัญญาจ้างทำของ: เสียอากร 1 บาท ต่อทุกๆ จำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
สัญญากู้ยืมเงิน และ สัญญาค้ำประกัน: เสียอากร 1 บาท ต่อทุกๆ จำนวนเงิน 2,000 บาท (โดยเสียสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)
หนังสือมอบอำนาจ: เสียอากร 10 บาท หรือ 30 บาท ขึ้นอยู่กับลักษณะและจำนวนครั้งของการมอบอำนาจ
คู่ฉบับ (สำเนาสัญญา): เสีย 1 บาท หากต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน 5 บาท และเสีย 5 บาท หากต้นฉบับเสียอากรเกิน 5 บาท
2. วิธีการชำระอากรแสตมป์
การปิดแสตมป์ดวง: สามารถซื้อแสตมป์กระดาษ (ราคา 1, 5, 20 บาท) จากสำนักงานสรรพากรมาติดบนเอกสาร และที่สำคัญคือต้องทำให้แสตมป์ ใช้แล้ว โดย “ขีดฆ่า และ ลากเส้นทับแสตมป์พร้อมลงลายมือชื่อหรือวันที่” จึงจะถือว่าสมบูรณ์
การชำระเป็นตัวเงิน: มักใช้กับเอกสารที่มีมูลค่าสูง (เช่น สัญญาจ้างทำของตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป) โดยต้องไปยื่นแบบ อ.ส.4, อ.ส.4ก หรือ อ.ส.4ข ที่สำนักงานสรรพากร
การชำระแบบออนไลน์ (e-Stamp): ยื่นแบบ อ.ส.9 ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ซึ่งสะดวกและเหมาะสำหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
3. กำหนดเวลาและบทลงโทษ (หากล่าช้าหรือหลีกเลี่ยง)
กำหนดเวลา: ต้องชำระและติดอากรแสตมป์ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการทำสัญญา
ความรับผิดทางแพ่ง (ค่าปรับ/เงินเพิ่ม):
หากเกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ต้องเสียเงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร (หรือขั้นต่ำ 4 บาท)
หากพ้น 90 วัน ต้องเสียเงินเพิ่ม 5 เท่า (หรือขั้นต่ำ 10 บาท)
หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะต้องเสียเงินเพิ่มถึง 6 เท่า (หรือขั้นต่ำ 25 บาท)
ความรับผิดทางอาญา: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท หากปฏิเสธการเสียอากรหรือไม่ขีดฆ่าแสตมป์ และอาจมีโทษปรับถึง 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หากมีการใช้แสตมป์ปลอม
ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้: ตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์แต่ยังดำเนินการไม่ถูกต้องครบถ้วน อาจยังไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ จนกว่าจะได้เสียอากรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ของกรมสรรพากร ระบุว่า ตราสารที่ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรครบและขีดฆ่าแล้ว และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่กรมสรรพากรรวบรวมไว้ก็ยืนยันหลักการนี้ในทางปฏิบัติด้วย
5. ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง หลายธุรกิจมักพลาดในจุดเล็กๆ เช่น ติดแสตมป์แล้วแต่ลืมขีดฆ่า, ใช้แสตมป์ดวงแปะในเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องจ่ายเป็นตัวเงินเท่านั้น, หรือเข้าใจผิดคิดว่าสัญญาที่เซ็นออนไลน์ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้ล้วนทำให้สัญญาใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายไม่ได้
ท่านสามารถศึกษาอัตราการติดอากรแสตมป์เพิ่มเติมได้ที่: ตารางบัญชีอัตราอากรแสตมป์
